โอนคอนโดให้ลูก ปี 2569 เสียภาษีเท่าไหร่ สรุปค่าใช้จ่าย วิธีโอนให้ประหยัด
11 Aug 2026การส่งต่อทรัพย์สินอย่างอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นมรดกให้กับบุตรหลานถือเป็นการสร้างความมั่นคงในระยะยาว แต่ก่อนที่จะตัดสินใจโอนคอนโดให้ลูก ผู้เป็นพ่อแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รูปแบบการโอน รวมถึงค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งมอบทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามกฎหมาย และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด
การโอนคอนโดให้ลูก มีกี่รูปแบบ และมีความแตกต่างกันอย่างไร

รูปแบบของความสัมพันธ์ทางสายเลือดและทางกฎหมายมีผลโดยตรงต่ออัตราค่าธรรมเนียมและภาษีที่ต้องชำระ การโอนคอนโดให้ลูกจึงแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักที่ต้องพิจารณา
การโอนให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
หมายถึงบุตรที่เกิดในระหว่างที่บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน หรือบุตรที่บิดาได้จดทะเบียนรับรองบุตรตามกฎหมาย การโอนคอนโดให้ลูกในกรณีนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่ำที่สุดตามที่กำหนดไว้
การโอนให้บุตรบุญธรรม หรือบุตรนอกสมรสที่ยังไม่จดทะเบียนรับรอง
หากเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย หรือบุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและบิดายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร การโอนคอนโดให้ลูกกลุ่มนี้จะถูกตีความว่าเป็นการโอนให้บุคคลอื่นหรือโอนให้โดยเสน่หา ซึ่งจะทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีในอัตราที่สูงกว่าปกติ
สรุปค่าใช้จ่ายและภาษีที่ต้องรู้ เมื่อต้องการโอนคอนโดให้ลูก
การเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดินเป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันว่าในปี 2569 หากต้องการโอนคอนโดให้ลูก จะมีรายการค่าใช้จ่ายและภาษีอะไรที่ต้องเตรียมตัวบ้าง
ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
สำหรับบิดามารดาที่จดทะเบียนสมรสและโอนให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จะเสียค่าธรรมเนียมการโอนเพียง 0.5% ของราคาประเมินทรัพย์สิน แต่หากเป็นบุตรบุญธรรมหรือบุตรนอกสมรสที่ยังไม่จดทะเบียนรับรอง จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในอัตราปกติคือ 2% ของราคาประเมิน
ค่าอากรแสตมป์
การโอนคอนโดให้ลูกจะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ใช้ราคาที่สูงกว่า) โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ว่าจะถือครองคอนโดมานานเท่าใดก็ตาม
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
กรณีบิดามารดาโอนให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (หากมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 20 ล้านบาท) แต่ถ้าเป็นการโอนให้บุตรบุญธรรมหรือบุตรนอกสมรส จะต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ปกติของการขายอสังหาริมทรัพย์
วิธีโอนคอนโดให้ลูกอย่างไรให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

เพื่อให้การส่งมอบมรดกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่สร้างภาระทางการเงินที่มากเกินความจำเป็น มีเทคนิคและวิธีการวางแผนโอนคอนโดให้ลูกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างเห็นผล
เตรียมจดทะเบียนรับรองบุตรให้ถูกต้องเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียม
สำหรับบิดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา ควรดำเนินการจดทะเบียนรับรองบุตรให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนทำการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะช่วยลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือเพียง 0.5% และได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการโอนให้โดยเสน่หากับการโอนในรูปแบบมรดก
การโอนคอนโดให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ (โอนให้โดยเสน่หา) จะมีค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% แต่หากเลือกใช้วิธีทำพินัยกรรมเพื่อส่งมอบเป็นมรดกเมื่อเสียชีวิต ค่าธรรมเนียมการโอนมรดกจะอยู่ที่ 0.5% เช่นกัน แต่วิธีนี้อาจช่วยยืดระยะเวลาการจ่ายค่าใช้จ่ายออกไปได้ จึงควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว
โอนเฉพาะส่วนที่มีชื่อร่วมเพื่อลดฐานการคำนวณภาษี
หากคอนโดนั้นมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันหลายคน การเลือกโอนเฉพาะส่วนของตนเองให้กับลูก จะทำให้ฐานราคาประเมินที่นำมาคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีลดลงตามสัดส่วนที่ครอบครอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดินได้มากขึ้น
การจดทะเบียนสิทธิเก็บกินเพื่อควบคุมทรัพย์สินและลดปัญหาในอนาคต
หากต้องการโอนคอนโดให้ลูกแต่ยังกังวลเรื่องการจัดการทรัพย์สิน พ่อแม่สามารถทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์พร้อมกับจดทะเบียนสิทธิเก็บกินตลอดชีวิตให้ตนเองได้ วิธีนี้ลูกจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่พ่อแม่ยังมีสิทธิอาศัยหรือปล่อยเช่าเพื่อรับผลประโยชน์ได้ตามปกติ เป็นการป้องกันลูกนำทรัพย์สินไปขายก่อนเวลาอันควร
“สิทธิเก็บกิน (Usufruct) คือสิทธิทางกฎหมายที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ สามารถครอบครอง ใช้ประโยชน์ และแสวงหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การเข้าพักอาศัยเองหรือการนำไปปล่อยเช่าเพื่อเก็บผลกำไร โดยสามารถระบุระยะเวลาครอบครองได้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี หรือกำหนดให้มีผลต่อเนื่องไปตลอดชีวิตของผู้รับสิทธิก็ได้”
เลือกคอนโดติดรถไฟฟ้าจาก Grand Unity เป็นมรดกชิ้นสำคัญส่งต่อความมั่นคงให้ลูก
การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพองค์รวม การออกแบบโครงสร้างที่แข็งแรงปลอดภัย และใช้วัสดุคุณภาพระดับสากลตามมาตรฐานของ Grand Unity ถือเป็นการส่งมอบมรดกที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว หากวางแผนโอนคอนโดให้ลูก โครงการพร้อมอยู่ติดรถไฟฟ้าเหล่านี้คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อนิล สาทร 12 (ANIL Sathorn 12)

อนิล สาทร 12 (ANIL Sathorn 12) โครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางย่านสาทร ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เซนต์หลุยส์ แบบ 0 เมตร แวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานเกรด A ศูนย์การค้า และโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ ตอบรับการเดินทางที่สะดวกสบายเหนือระดับ มอบเวลาชีวิตที่มากขึ้นสำหรับการต่อยอดความสำเร็จในทุกๆ วัน
ภายในโครงการให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยมาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพ ทั้งระบบระบายอากาศที่กรองฝุ่น PM 2.5 น้ำดื่มที่มาพร้อมระบบกรองจาก 3M สระว่ายน้ำระบบโอโซน และห้องออกกำลังกายอุปกรณ์มาตรฐานระดับโลก
แมสซารีน รัชโยธิน (MAZARINE Ratchayothin)

แมสซารีน รัชโยธิน (MAZARINE Ratchayothin) คอนโดมิเนียมหรูที่ตั้งอยู่บนทำเลมาแรงแห่งยุคอย่างแยกรัชโยธิน โดดเด่นด้วยทำเลติดรถไฟฟ้า BTS สถานีรัชโยธิน แบบ 0 เมตร เชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมืองและย่านธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน มหาวิทยาลัยชื่อดัง และแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองรุ่นใหม่
พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบอย่างประณีตเพื่อยกระดับการพักผ่อน โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่สามารถชมวิวเมืองได้แบบพาโนรามา พร้อมฟิตเนส ห้องสตูดิโอส่วนตัว และ Sky Lounge ที่กว้างขวาง รองรับทั้งการทำงานและการสังสรรค์ร่วมกัน มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตสุดพิเศษ
เซียล่า จรัญฯ 13 สเตชั่น (CIELA Charan 13 Station)

เซียล่า จรัญฯ 13 สเตชั่น (CIELA Charan 13 Station) โครงการคอนโดมิเนียม High Rise สุดโดดเด่นบนย่านจรัญสนิทวงศ์ ติดทางขึ้นลงรถไฟฟ้า MRT สถานีจรัญฯ 13 ในระยะ 0 เมตร ทำให้การเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจอย่างสีลมและสาทรเป็นเรื่องง่ายแบบต่อเดียวจบ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โรงเรียนชั้นนำ และโรงพยาบาลศิริราช
โครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็มบนชั้นดาดฟ้า มอบความเป็นส่วนตัวสูงพร้อมทัศนียภาพมุมกว้างของกรุงเทพฯ ครบครันด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส และนวัตกรรมที่จอดรถอัตโนมัติ (Auto Parking) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่ต้องการความสงบแต่ยังเชื่อมต่อชีวิตเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ
การโอนคอนโดให้ลูก ถือเป็นการส่งมอบความมั่นคงและทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต แต่เพื่อให้การส่งต่อมรดกเป็นไปอย่างราบรื่นและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด พ่อแม่ควรศึกษาข้อกฎหมาย รูปแบบการโอน และเงื่อนไขทางภาษีให้ละเอียด หรือเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการจัดการทรัพย์สินอย่างรอบคอบ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แกรนด์ ยูนิตี้ เราคิดทุกองค์ประกอบ บนทุกเหตุผลของการอยู่อาศัย เพื่อให้คุณ #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ #GrandUnity #MakesSense.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการโอนคอนโดให้ลูก
โอนคอนโดให้ลูกต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้าง
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ โฉนดห้องชุดฉบับจริง บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทั้งพ่อแม่และลูก ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี) และสูติบัตรหรือทะเบียนรับรองบุตรเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด
พ่อแม่สามารถโอนคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมดให้ลูกได้หรือไม่
ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันทีเนื่องจากธนาคารยังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หากต้องการโอนคอนโดให้ลูก ลูกจะต้องทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์กับธนาคารและรับช่วงผ่อนต่อให้ผ่านเสียก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้
ลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถรับโอนกรรมสิทธิ์คอนโดได้ไหม
สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ แต่ในการทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน จะต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรม (พ่อแม่หรือผู้ปกครอง) เป็นผู้ลงนามแทนลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์) ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
ค่าใช้จ่ายและภาษีในการโอนคอนโดให้ลูก ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ตามกฎหมายไม่ได้ระบุตายตัวว่าใครต้องเป็นผู้จ่าย ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างพ่อแม่และลูก อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติพ่อแม่ผู้โอนมักจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อส่งมอบทรัพย์สินให้เป็นของขวัญโดยสมบูรณ์


