เทียบก่อนซื้อคอนโด ผ่อนกับธนาคาร ผ่อนดาวน์ เช่าซื้อต่างกันยังไง
08 Aug 2022คอนโดมิเนียมเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมืองที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางที่รวดเร็ว แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง การเลือกซื้อด้วยวิธีผ่อนคอนโดจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้คนจำนวนมากสามารถเป็นเจ้าของห้องในฝันได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว บทความนี้ Grand Unity จะพาไปทำความเข้าใจว่าการผ่อนคอนโด ผ่อนดาวน์ และเช่าซื้อต่างกันอย่างไร พร้อมรวมข้อควรรู้และขั้นตอนเตรียมตัวกู้ซื้อคอนโดให้ผ่านฉลุยแบบไม่มีสะดุด
ทำความรู้จัก 3 รูปแบบการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่คนอยากมีคอนโดต้องรู้

ก่อนที่จะตัดสินใจเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ควรทำความเข้าใจรูปแบบการจ่ายเงินและเงื่อนไขของการซื้อแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเองมากที่สุด
1. การผ่อนดาวน์ (Down Payment)
เป็นการทยอยผ่อนชำระเงินก้อนแรก (มักกำหนดไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาห้อง) กับทางโครงการโดยตรงในช่วงที่คอนโดยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง (Pre-sale) ซึ่งมักจะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน เพื่อช่วยลดภาระการเตรียมเงินก้อนใหญ่มาจ่ายรวดเดียวในวันทำสัญญา โดยเงินดาวน์ที่ผ่อนสะสมไว้ทั้งหมดจะถูกนำไปหักลบออกจากราคาเต็มของคอนโด เมื่อถึงเวลาที่โครงการสร้างเสร็จและต้องยื่นขอสินเชื่อ
- ข้อดี: สามารถแบ่งจ่ายเงินก้อนแรกได้ทีละเดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย และได้สิทธิเลือกตำแหน่งห้องที่ถูกใจก่อนใครตั้งแต่ช่วงพรีเซล
- ข้อเสีย: ต้องแบกรับความเสี่ยงหากโครงการก่อสร้างล่าช้า และหากถึงกำหนดแล้วยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่านอาจถูกริบเงินดาวน์ตามเงื่อนไขในสัญญา
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ยังมีเงินเก็บไม่ก้อนใหญ่แต่มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ ต้องการล็อกราคาคอนโดไว้ล่วงหน้า และสามารถรอโครงการสร้างเสร็จได้ในอีก 1-3 ปี
2. การผ่อนคอนโดกับธนาคาร (Mortgage)
คือการยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงิน โดยธนาคารจะเป็นผู้อนุมัติวงเงินและจ่ายค่าคอนโดส่วนที่เหลือทั้งหมดให้กับโครงการแทนผู้ซื้อ จากนั้นผู้ซื้อจะมีหน้าที่ผ่อนชำระค่างวดรายเดือน ซึ่งประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย คืนให้กับธนาคารตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา (โดยทั่วไปสูงสุด 30-40 ปี) โดยกรรมสิทธิ์ห้องจะถูกนำไปจดจำนองไว้กับธนาคารเพื่อเป็นหลักประกันจนกว่าจะชำระหนี้ครบกำหนด
- ข้อดี: ได้รับกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของทันที (โดยโฉนดติดจำนอง) สามารถแพ็กกระเป๋าเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้เลย และยังสามารถนำดอกเบี้ยไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
- ข้อเสีย: เป็นการสร้างภาระหนี้ผูกพันระยะยาว 10-30 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยที่ทำให้มูลค่ารวมของคอนโดสูงกว่าการซื้อด้วยเงินสด
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินสูง มีประวัติเครดิตบูโรที่ดีเยี่ยม และต้องการซื้อคอนโดพร้อมอยู่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
3. การเช่าซื้อคอนโด (Rent to Own)
เป็นรูปแบบสัญญาที่ผสมผสานระหว่างการเช่าและการซื้อเข้าด้วยกัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เช่าย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีพร้อมตกลงราคาขายขาดกันไว้ล่วงหน้า ความพิเศษคือเงินค่าเช่าที่จ่ายทุกเดือนจะถูกนำไปสะสมเป็นส่วนลดเงินดาวน์ตามเงื่อนไขของโครงการ และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญา ผู้เช่าจะมีสิทธินำยอดเงินสะสมนี้ไปใช้ประกอบการยื่นกู้ธนาคารเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมาเป็นของตนเอง
- ข้อดี: ย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เงินค่าเช่าแต่ละเดือนไม่สูญเปล่า และมีเวลาให้เตรียมตัวเดินบัญชีเพื่อยื่นกู้จริงในอนาคต
- ข้อเสีย: อัตราค่าเช่ารายเดือนอาจสูงกว่าการเช่าปกติเล็กน้อย และหากสุดท้ายกู้ไม่ผ่านหรือเปลี่ยนใจไม่ซื้อ อาจไม่ได้รับเงินค่าเช่าที่จ่ายไปแล้วคืน
- เหมาะกับใคร: กลุ่มอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและยังมีประวัติการเงินไม่เพียงพอที่จะกู้ผ่านในตอนนี้ หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้ชีวิตในทำเลนั้นก่อนตัดสินใจซื้อขาด
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการผ่อนดาวน์ เช่าซื้อ และการผ่อนคอนโดกับธนาคาร
เพื่อให้เห็นภาพรวมและเข้าใจความแตกต่างของแต่ละรูปแบบได้อย่างชัดเจน สามารถเปรียบเทียบรายละเอียดได้ตามตารางด้านล่างนี้
|
คุณสมบัติ |
การผ่อนดาวน์ (Down Payment) |
การผ่อนคอนโดกับธนาคาร (Mortgage) |
การเช่าซื้อคอนโด (Rent to Own) |
|
จ่ายเงินให้กับใคร |
โครงการคอนโด (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์) |
สถาบันการเงิน (ธนาคาร) |
โครงการคอนโด หรือเจ้าของห้อง |
|
ช่วงเวลาที่ผ่อน |
ช่วงที่คอนโดยังสร้างไม่เสร็จ (Pre-sale) |
หลังจากคอนโดสร้างเสร็จและพร้อมโอน |
ตลอดอายุสัญญาเช่าก่อนตัดสินใจซื้อจริง |
|
อัตราดอกเบี้ย |
ไม่มีดอกเบี้ย |
มีดอกเบี้ย (แบบคงที่และแบบลอยตัว) |
ไม่มีดอกเบี้ย แต่อาจมีค่าเช่าแฝงหรือค่าธรรมเนียม |
|
ระยะเวลาการผ่อน |
ระยะสั้น (ประมาณ 1-3 ปี) |
ระยะยาว (10-30 ปี) |
ปานกลางถึงยาว (ตามระยะเวลาสัญญาเช่าซื้อ) |
|
สิทธิในกรรมสิทธิ์ |
ยังไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ |
เป็นเจ้าของ (โฉนดติดจำนองกับธนาคาร) |
ยังไม่ได้เป็นเจ้าของจนกว่าจะจบสัญญาและยื่นกู้ผ่าน |
|
วัตถุประสงค์หลัก |
เพื่อแบ่งเบาภาระเงินดาวน์ก้อนแรก |
เพื่อชำระค่าคอนโดส่วนที่เหลือทั้งหมด |
เพื่อสะสมเงินดาวน์และทดลองอยู่อาศัยก่อนซื้อขาด |
อีกทางเลือกที่น่าสนใจ การเช่าซื้อคอนโด คืออะไร
การเช่าซื้อคอนโด เป็นรูปแบบสัญญาที่ผู้เช่าทำข้อตกลงกับเจ้าของห้อง (ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท) ว่าจะจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา (เช่น 5, 10, 36 หรือ 30 ปี) กรรมสิทธิ์ในคอนโดนั้นจะถูกโอนมาเป็นของผู้เช่า
ข้อดี: ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการดาวน์ และไม่ต้องมีประวัติเครดิตบูโรที่ดีเท่ากับการกู้ธนาคาร
ข้อเสีย: อัตราดอกเบี้ยโดยรวมมักจะสูงกว่าการกู้ธนาคาร และมีความเสี่ยงหากผู้ให้เช่าซื้อมีปัญหาทางการเงินก่อนโอนกรรมสิทธิ์
ข้อควรรู้และวิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนตัดสินใจผ่อนคอนโดกับธนาคาร

การสร้างภาระหนี้ระยะยาวต้องอาศัยการวางแผนที่รัดกุม การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย
1. ทำความเข้าใจขั้นตอนการกู้ซื้อคอนโด
ก่อนจะเลือกหรือตัดสินใจสร้างภาระผูกพัน ควรหาข้อมูลและทำความเข้าใจขั้นตอนการกู้ซื้อคอนโดอย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การประเมินหลักทรัพย์ ไปจนถึงขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้สามารถวางแผนรับมือได้ในทุกกระบวนการ
2. ประเมินความพร้อมด้านการเงิน
เรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการซื้อคอนโดแบบผ่อน เพราะการซื้อคอนโดฯ เป็นภาระผูกพันระยะยาว ใช้เวลานับ 10 ปีกว่าจะผ่อนชำระจนครบงวด ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดแบบวิธีผ่อนชำระจึงต้องมั่นใจว่าสามารถแบกรับค่าใช้จ่ายรายเดือนไหว รวมถึงค่าใช้จ่ายรายปีอย่างค่าส่วนกลาง
3. เลือกทำเลคอนโดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว
นอกจากการซื้อคอนโดแบบวิธีผ่อนชำระจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายระยะยาวแล้ว หากซื้อคอนโดฯ ไว้พักอาศัย แน่นอนว่าจะต้องพักอาศัยระยะยาวเช่นกัน ในการเลือกซื้อคอนโดจึงจำเป็นต้องพิจารณาทำเลที่ตั้ง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเดินทางสะดวกสบายจะทำให้การใช้ชีวิตง่ายและรวดเร็วขึ้น รองลงมาคือสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการ เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ
4. คำนวณวงเงินกู้ เกณฑ์ LTV และทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ย
สถาบันการเงินจะพิจารณาวงเงินกู้จาก 2 ปัจจัยหลักคือ ความสามารถในการชำระหนี้ (DSR) ซึ่งภาระหนี้รวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ LTV (Loan to Value) ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นตัวกำหนดเพดานวงเงินกู้สูงสุดเทียบกับราคาคอนโด
โดยทั่วไปหากเป็นการกู้สัญญาแรกและราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มักจะสามารถกู้ได้สูงสุด 100% (และอาจกู้เพิ่มเพื่อตกแต่งได้อีก 10%) แต่หากเป็นการกู้สัญญาที่ 2 หรือ 3 อาจถูกจำกัดวงเงินกู้เหลือเพียง 70-90% ตามความเข้มงวดของมาตรการในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจรูปแบบของอัตราดอกเบี้ย ทั้งแบบคงที่ (Fixed Rate) ในระยะแรก และแบบลอยตัว (Floating Rate) ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามต้นทุนของธนาคาร
5. ตรวจสอบเครดิตทางการเงินและประวัติชำระหนี้
นับเป็นเรื่องที่สถาบันการเงินให้ความสำคัญมากสำหรับการซื้อคอนโดแบบผ่อน ทางสถาบันการเงินจึงต้องตรวจสอบประวัติการชำระหนี้หรือที่คุ้นหูว่าการตรวจสอบเครดิตบูโร เพื่อพิจารณาว่าประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร มีค้างชำระหรือไม่ ซึ่งหากประวัติการชำระหนี้ตรงเวลา แน่นอนว่าการขออนุมัติสินเชื่อจะง่ายขึ้น
ดังนั้น หากรู้ตัวว่าจะเลือกวิธีซื้อคอนโดแบบผ่อน ควรรักษาประวัติชำระหนี้ให้ตรงเวลา เคลียร์หนี้สินที่ไม่จำเป็น และสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้สถาบันการเงินว่าคุณจะสามารถชำระค่างวดคอนโดฯ ได้ตามกำหนด
6. เตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายแฝงจากการผ่อนคอนโด
หลายคนมักโฟกัสแค่การเตรียมเงินสำหรับค่างวดรายเดือนและค่าส่วนกลางรายปี แต่ในความเป็นจริง การตัดสินใจผ่อนคอนโดยังมี "ค่าใช้จ่ายแฝง" อีกหลายรายการที่ต้องเตรียมเงินสำรองไว้ล่วงหน้า เพื่อให้กระบวนการเป็นเจ้าของห้องราบรื่นและไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงิน โดยสามารถแบ่งกลุ่มค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้น: ได้แก่ ค่าจองและค่าทำสัญญา นอกจากนี้หากเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะต้องเตรียมเงินสำหรับค่าผ่อนดาวน์ซึ่งเป็นการทยอยชำระให้กับโครงการโดยตรง
- ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์: เมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ จะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องเตรียมไว้สำหรับดำเนินการ ณ กรมที่ดิน เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ รวมถึงค่าเบี้ยประกันล่วงหน้าตามที่โครงการหรือสถาบันการเงินเรียกเก็บ
- ค่าใช้จ่ายก่อนเข้าพักอาศัย: เป็นงบประมาณส่วนตัวที่ควรเผื่อไว้สำหรับทำให้ห้องสมบูรณ์พร้อมอยู่ เช่น ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจรับห้อง ค่าตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น
5 ขั้นตอนสำคัญในการซื้อคอนโดด้วยการผ่อนกับธนาคาร

หลังจากศึกษาข้อมูลวิธีซื้อคอนโดแบบผ่อนแล้วก็ถึงเวลาจองคอนโดฯ และยื่นขอสินเชื่อ เพื่อดำเนินเรื่องกู้ซื้อคอนโดฯ โดยวิธีการซื้อคอนโดแบบผ่อนมีเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น คุณก็จะได้เป็นเจ้าของคอนโดฯ ในฝันได้
1. จองและเซ็นสัญญาซื้อขายคอนโดฯ
ขั้นตอนแรกของการผ่อนคอนโดเริ่มต้นด้วยการยื่นความประสงค์จองคอนโดฯ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเข้าสู่กระบวนการทำสัญญาจะซื้อจะขาย โดยในสัญญาจะระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น เลขที่ห้อง ชั้น ราคาห้อง และเงื่อนไขอื่นๆ แนะนำให้ผู้ซื้อตรวจทานเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียดก่อนจรดปากกาเซ็น เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง
2. เปรียบเทียบดอกเบี้ยและสิทธิประโยชน์จากหลายธนาคาร
ปัจจุบันหลายสถาบันการเงินมีผลิตภัณฑ์สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเปิดโอกาสให้คุณเป็นเจ้าของห้องในฝันได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากตัดสินใจที่จะผ่อนคอนโดแล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลือกธนาคารแรกที่เสนอสินเชื่อให้ แนะนำให้เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์อย่างละเอียดจากสถาบันการเงินอย่างน้อย 3-4 แห่ง โดยเฉพาะวงเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะการผ่อนคอนโดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนลงได้อย่างมาก และอาจทำให้การผ่อนชำระเสร็จสิ้นเร็วขึ้น
3. เตรียมเอกสารและหลักฐานการยื่นกู้ให้พร้อม
ขั้นตอนต่อไปหลังจากตัดสินใจเลือกสถาบันการเงินได้แล้ว คือการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการยื่นกู้ผ่อนคอนโด โดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยเอกสารหลักๆ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล หนังสือรับรองการทำงาน สเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน เอกสารการจอง และสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย ทั้งนี้อาจมีเอกสารเพิ่มเติมตามที่สถาบันการเงินร้องขอ ซึ่งการเตรียมเอกสารให้สมบูรณ์จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาง่ายและรวดเร็วขึ้น
4. ยื่นขอสินเชื่อและรอผลประเมินจากสถาบันการเงิน
ภายหลังรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้นำไปยื่นกับสถาบันการเงินที่คุณเลือกไว้ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนที่ธนาคารดำเนินการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ รวมถึงพิจารณาความพร้อมและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งระยะเวลาในการรอผลอนุมัติว่าจะสามารถผ่อนคอนโดในวงเงินเท่าไหร่นั้น จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานของแต่ละสถาบันการเงิน
5. ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน
ขั้นตอนสุดท้ายของการผ่อนคอนโดจะเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ยื่นขอสินเชื่อ ตัวแทนสถาบันการเงิน และตัวแทนโครงการ จะต้องนัดหมายเพื่อเดินทางไปสำนักงานที่ดิน ดำเนินการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองร่วมกัน เมื่อทำธุรกรรมเสร็จสิ้นก็ถือเป็นการเริ่มต้นผ่อนคอนโดอย่างเป็นทางการและสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที โดยโฉนดตัวจริงนั้นทางสถาบันการเงินจะเป็นผู้เก็บรักษาไว้จนกว่าคุณจะผ่อนชำระค่างวดครบตามกำหนด
วางแผนผ่อนคอนโดอย่างชาญฉลาดกับ Grand Unity
การซื้อคอนโดแบบผ่อนมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรูปแบบการผ่อนที่เหมาะสม การเตรียมเอกสาร หรือการเปรียบเทียบสินเชื่อ การเลือกโครงการจากผู้พัฒนาที่น่าเชื่อถืออย่าง Grand Unity จะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์ในทุกขั้นตอน
เรามีโครงการคุณภาพหลากหลายทำเลที่มาพร้อมโปรโมชันผ่อนดาวน์ที่น่าสนใจและพันธมิตรธนาคารชั้นนำที่พร้อมมอบข้อเสนอสินเชื่อที่ดีที่สุดให้กับคุณ สนใจเป็นเจ้าของคอนโดในฝัน ติดต่อทีมงาน Grand Unity เพื่อขอคำปรึกษาได้แล้ววันนี้
อ่านเพิ่มเติม คำนวณผ่อนคอนโดด้วยตัวเองยังไงให้สบายใจ ไม่เป็นภาระทางการเงิน
แม้การผ่อนคอนโดจะมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่หากเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร ค่าใช้จ่าย และรักษาเครดิตทางการเงินเป็นอย่างดี กระบวนการขอสินเชื่อก็จะผ่านฉลุยได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวคือการเลือกโครงการที่เชื่อถือได้ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกและรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เพราะคอนโดมิเนียมคือการลงทุนระยะยาว โครงการที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทำเลและฟังก์ชันไม่เพียงแต่จะเติมเต็มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทำกำไรจากการปล่อยเช่าหรือขายต่อในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า
แกรนด์ ยูนิตี้ เรามุ่งมั่นที่จะตอบทุกเหตุผลของการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณได้ #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวทางการผ่อนคอนโด
ควรมีรายได้ขั้นต่ำประมาณเท่าไหร่ถึงจะสามารถผ่อนคอนโดได้
โดยทั่วไปธนาคารจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ประมาณล้านละ 7,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นหากต้องการกู้ซื้อคอนโดราคา 2 ล้านบาท ควรมีรายได้สุทธิขั้นต่ำประมาณ 20,000 - 25,000 บาทต่อเดือน โดยภาระหนี้รวมต้องไม่เกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ระยะเวลาในการผ่อนคอนโดกับธนาคารสามารถผ่อนได้นานสูงสุดกี่ปี
ส่วนใหญ่สามารถเลือกระยะเวลาผ่อนได้สูงสุดถึง 30-40 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร แต่มีข้อกำหนดว่าเมื่อนำอายุของผู้กู้มารวมกับระยะเวลาการผ่อนแล้ว จะต้องไม่เกิน 65 หรือ 70 ปี
หากผ่อนดาวน์โครงการไม่ไหว สามารถขอเงินคืนได้หรือไม่
ตามปกติหากผู้ซื้อผิดสัญญาหรือทิ้งดาวน์ โครงการมักจะไม่คืนเงินดาวน์ที่ชำระไปแล้วตามที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย ทางออกที่ได้รับความนิยมคือการประกาศขายดาวน์เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อ หรือเจรจากับทางโครงการเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน
ระหว่างผ่อนคอนโดสามารถโปะค่างวดเพื่อลดดอกเบี้ยได้หรือไม่
สามารถทำได้ การนำเงินก้อนมาโปะเพิ่มจากค่างวดปกติจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ดอกเบี้ยลดลงและสามารถผ่อนจบได้เร็วขึ้น แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขเรื่องค่าปรับจากการโปะปิดยอดในช่วง 3 ปีแรกกับทางธนาคารอย่างละเอียด



