5 ขั้นตอนกู้ธนาคารซื้อคอนโด ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

29 Jun 2026
กู้ธนาคารซื้อคอนโด

ความฝันของคนยุคใหม่หลายคนคือการได้มีพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างคอนโดมิเนียมสักห้อง เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตใจกลางเมือง แต่ด้วยมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างสูง การกู้ธนาคารซื้อคอนโดจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของห้องในฝันได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนใหญ่ บทความนี้ Grand Unity เข้าใจถึงความกังวลของมือใหม่หัดกู้ จึงได้รวบรวมวิธีเตรียมตัวและขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้สินเชื่อของคุณเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นที่สุด

รวมสิ่งที่ต้องเช็ก อยากซื้อคอนโดต้องดูอะไรบ้าง

ก่อนจะก้าวเข้าสู่กระบวนการเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้ การคัดเลือกและตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาวคือสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อให้เม็ดเงินที่คุณกำลังจะลงทุนมีความคุ้มค่ามากที่สุด ลองมาพิจารณา 5 ปัจจัยหลักเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ

ทำเลและการเดินทาง

ทำเลเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคอนโด ควรเลือกทำเลที่ใกล้ที่ทำงานหรือใกล้รถไฟฟ้าเพื่อช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทาง นอกจากนี้ควรพิจารณาถึงแหล่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงพยาบาล หรือสวนสาธารณะ ทำเลที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบาย แต่ยังมีมูลค่าเพิ่มและสามารถปล่อยเช่าหรือขายต่อได้ง่ายในอนาคต​

ผู้พัฒนาโครงการ

ควรพิจารณาเลือกโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน และมีบริการหลังการขายที่ดี เพื่อความอุ่นใจในการพักอาศัยระยะยาว

ราคาและค่าใช้จ่ายรายเดือน

นอกจากราคาซื้อขายห้องชุดแล้ว อย่าลืมคำนวณถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่จะตามมาด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายปี ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินกองทุนสำรองของนิติบุคคล เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ

สิ่งอำนวยความสะดวก

ตรวจสอบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการว่ามีครบครันและเพียงพอต่อจำนวนผู้พักอาศัยหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่จอดรถ ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องได้มาตรฐานและดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง

ขนาดห้องและแปลนผัง

การเลือกขนาดห้องและผังห้อง (Layout) ต้องสอดคล้องกับการใช้งานจริงของคุณ ควรเข้าไปชมห้องตัวอย่างหรือห้องจริง เพื่อดูว่าการจัดสรรพื้นที่นั้นลงตัวและสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากน้อยเพียงใด

5 เช็กลิสต์ เตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้ธนาคารซื้อคอนโดให้ผ่านฉลุย

กู้ธนาคารซื้อคอนโด

การเตรียมความพร้อมก่อนเดินเข้าไปติดต่อสถาบันการเงิน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดว่าสินเชื่อของคุณจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ลองมาเช็กความพร้อมเบื้องต้นตาม 5 ขั้นตอนนี้ เพื่อเสริมความมั่นใจให้คุณกู้ผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น

1. กำหนดงบประมาณและความสามารถในการผ่อน

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้ก่อนว่าคุณสามารถซื้อคอนโดในระดับราคาเท่าไหร่ ลองนำรายได้รวมในแต่ละเดือนมาหักลบกับค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อดูว่ามีเงินเหลือสำหรับผ่อนคอนโดกี่บาท โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้มีภาระหนี้ได้ไม่เกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ยอดผ่อนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 9,000-12,000 บาท นอกจากนี้ ควรเตรียมเงินสำรองไว้อีกประมาณ 10-20% ของราคาห้อง สำหรับเป็นค่าเงินจอง เงินทำสัญญา และค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์

2. เคลียร์ภาระหนี้สิน เพื่อให้อนุมัติง่ายขึ้น

สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้สินปัจจุบันของคุณมาคำนวณร่วมด้วย ดังนั้นก่อนวางแผนกู้ธนาคารซื้อคอนโด ควรจัดการเคลียร์หนี้สินที่ไม่จำเป็นให้เหลือน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยอดผ่อนสินค้า หนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด เพราะหากภาระหนี้รวมของคุณสูงเกินเกณฑ์ โอกาสที่สินเชื่อจะได้รับการอนุมัติก็จะลดลงไปด้วยนั่นเอง

3. รักษาประวัติการชำระหนี้

ข้อมูลในเครดิตบูโรเปรียบเสมือนสมุดพกทางการเงินของคุณ สถาบันการเงินจะทำการตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ย้อนหลังเพื่อดูวินัยทางการเงิน หากคุณมีการชำระค่างวดต่าง ๆ ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการค้างชำระ ประวัติที่สวยงามนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวงเงินให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน

4. เปรียบเทียบโครงการที่สนใจ

เมื่อทราบงบประมาณที่ชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมโครงการจริง นำข้อมูลในทำเลที่สนใจมาเปรียบเทียบกันในหลาย ๆ ด้าน เช่น ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ความคุ้มค่าของพื้นที่ส่วนกลาง ชื่อเสียงของแบรนด์ และโปรโมชันในช่วงเวลานั้น เพื่อคัดกรองจนได้โครงการที่สมเหตุสมผลและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด

5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

เพราะการซื้อคอนโดมิเนียมคือการลงทุนครั้งใหญ่ การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำจึงช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น หากคุณสนใจโครงการจาก แกรนด์ ยูนิตี้ เรามีทีมที่ปรึกษาการขายมืออาชีพที่พร้อมให้ข้อมูลโปรโมชัน ช่วยคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระเบื้องต้น และแนะนำเรื่องการเตรียมเอกสาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณก่อนไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร

เงินเดือนเท่านี้ ต้องจ่ายค่าคอนโดเดือนละเท่าไหร่?

การยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 15,000 บาทขึ้นไป แต่หัวใจสำคัญคือการวางแผนยอดผ่อนชำระที่ไม่สร้างความตึงเครียดให้กับสภาพคล่องในแต่ละเดือน โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่มักจะใช้เกณฑ์สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ไม่เกิน 40% เป็นมาตรฐานในการพิจารณา

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น คุณสามารถประเมินความสามารถในการผ่อนเบื้องต้นได้จากสูตร:

(รายได้ต่อเดือน x 40%) - ภาระหนี้สินปัจจุบัน = ความสามารถในการผ่อนคอนโดต่อเดือน

โดยสามารถแบ่งการคำนวณออกเป็น 2 กรณีหลัก ๆ ดังนี้

กรณีมีแค่ผ่อนคอนโด

หากคุณไม่มีภาระหนี้สินอื่น ๆ เลย ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คุณสามารถใช้โควตา 40% ของรายได้ไปกับการผ่อนที่อยู่อาศัยได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีฐานเงินเดือน 30,000 บาท และไม่มีหนี้สิน ยอดผ่อนที่เหมาะสมและอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้คุณยังมีเงินสดสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และการออม

รายได้ต่อเดือน (บาท)

วงเงินกู้โดยประมาณ (บาท)

ยอดผ่อนต่อเดือนโดยประมาณ (บาท)

15,000 - 20,000

900,000 - 1,200,000

6,000 - 8,000

25,000 - 30,000

1,500,000 - 1,800,000

10,000 - 12,000

35,000 - 50,000

2,100,000 - 3,000,000

14,000 - 20,000

50,000 ขึ้นไป

3,000,000 ขึ้นไป

20,000 ขึ้นไป

*หมายเหตุ: ตัวเลขในตารางเป็นการประมาณการเบื้องต้น วงเงินอนุมัติจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

กรณีมีหนี้สินอื่น

สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว จะต้องนำยอดหนี้เหล่านั้นมาหักลบออกจากโควตา 40% ก่อน เพื่อหารายได้สุทธิที่สามารถนำมาผ่อนคอนโดได้

ตัวอย่างเช่น: คุณมีฐานเงินเดือน 25,000 บาท จะมีความสามารถในการแบกรับหนี้รวมสูงสุดที่ 10,000 บาท (25,000 x 40%) แต่หากปัจจุบันคุณกำลังผ่อนรถยนต์อยู่เดือนละ 3,000 บาท ให้นำ 10,000 - 3,000 = 7,000 บาท

นั่นหมายความว่า คุณจะมีความสามารถในการผ่อนคอนโดอยู่ที่ 7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับการขอวงเงินกู้ได้ราว ๆ 1,000,000 บาทนั่นเอง การคิดคำนวณเช่นนี้จะช่วยรักษาสมดุลทางการเงินของคุณในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยื่นกู้คอนโดต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนจะเริ่มกระบวนการยื่นกู้คอนโดกับธนาคาร สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาและเพิ่มโอกาสให้สินเชื่อได้รับการอนุมัติได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปเอกสารที่จำเป็นจะประกอบด้วย:

  • บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3–6 เดือน และหนังสือรับรองเงินเดือน
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  • เอกสารแสดงทรัพย์สินหรือหนี้สินอื่น ๆ (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงการจองหรือทำสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด

สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือกลุ่มอาชีพพิเศษ อาจต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือใบแจ้งภาษีย้อนหลัง เพื่อแสดงความสามารถในการชำระหนี้อย่างชัดเจน

การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นกู้คอนโด ไม่เพียงช่วยให้ธนาคารพิจารณาได้เร็วขึ้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความพร้อมและความน่าเชื่อถือของผู้กู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการอนุมัติสินเชื่อ

5 ขั้นตอนกู้ซื้อคอนโดให้ผ่านฉลุย

 

กู้ธนาคารซื้อคอนโด

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับการกู้เงินซื้อคอนโด ลำดับต่อไปคือการทำความเข้าใจขั้นตอนกู้ซื้อคอนโดกับสถาบันการเงิน ที่รับรองว่าหากเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว การกู้เงินซื้อคอนโดจะผ่านฉลุยแน่นอน

ขั้นตอน​

รายละเอียด​

สิ่งที่ต้องเตรียม​

จองคอนโด​

เซ็นสัญญาจองและวางเงินจองกับโครงการ​

เงินจองตามแต่ละโครงการกำหนด​

เตรียมเอกสาร​

รวบรวมและจัดเตรียมเอกสารประกอบการกู้​

เอกสารส่วนตัวและโครงการ​

เปรียบเทียบธนาคาร​

ศึกษาและเปรียบเทียบเงื่อนไขสินเชื่อต่างๆ​

ข้อมูลรายได้และเครดิตสกอร์ที่ดี​

ยื่นกู้​

ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่เลือกไว้​

เอกสารครบถ้วนและสัญญาซื้อขาย​

รอผลอนุมัติและเลือกแพ็กเกจ​

รอธนาคารพิจารณาและเลือกเงื่อนไขที่เหมาะสม​

ติดตามสถานะและเตรียมเบื้องต้นสำหรับโอนกรรมสิทธิ์​

1. จองและเซ็นสัญญาซื้อขายคอนโดฯ

ก่อนเริ่มการกู้ซื้อคอนโด สามารถเริ่มต้นด้วยการยื่นความประสงค์จองคอนโดฯ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งในสัญญาจะระบุเลขที่ห้อง ชั้น ราคาห้อง และเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งควรตรวจทานเงื่อนไขให้ละเอียด เพื่อลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง

2. เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์แต่ละสถาบันการเงิน

ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดฯ นอกจากต้องพิจารณาตัวโครงการและทำเลที่ตั้งแล้ว ก่อนยื่นกู้เงินก็จำเป็นต้องเปรียบเทียบและพิจารณาสิทธิประโยชน์ของแต่ละสถาบันการเงินเช่นกัน เพื่อให้การกู้เงินซื้อคอนโดครั้งนี้ได้รับประโยชน์มากที่สุด 

สิ่งที่ควรพิจารณา คือ อัตราดอกเบี้ยทั้งแบบระยะสั้นและแบบระยะยาว ระยะเวลาในการผ่อนชำระ และวงเงินกู้ โดยควรเปรียบเทียบ 3-4 สถาบันการเงิน เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ตอบโจทย์ความต้องการและคุ้มค่ามากที่สุด

3. เตรียมเอกสารกู้เงินซื้อคอนโดให้พร้อม

เมื่อเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของแต่ละสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว การกู้ซื้อคอนโดขั้นตอนต่อไป คือ การเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้ โดยเอกสารมีดังนี้:

  • เอกสารประจำตัว ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญการสมรส
  • เอกสารแสดงรายได้ ได้แก่ สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง สลิปเงินเดือน หนังสือการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ความได้เปรียบของการเตรียมเอกสารกู้เงินซื้อคอนโดให้พร้อม คือ จะช่วยให้ทราบผลการอนุมัติรวดเร็วขึ้น เพราะทางสถาบันการเงินไม่ต้องติดต่อเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม

4. ยื่นเอกสารพร้อมรอฟังผล

หลังจากเตรียมเอกสารกู้เงินซื้อคอนโดเรียบร้อยแล้ว การกู้ซื้อคอนโดขั้นตอนต่อไป คือ การยื่นเอกสารเหล่านั้นแก่สถาบันการเงิน ซึ่งระยะเวลาการพิจารณาขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินนั้นๆ บางสถาบันการเงินใช้ระยะเวลาเพียง 7-10 วัน ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินบางแห่งใช้เวลาพิจารณาประมาณ 20-30 วัน ซึ่งหากวงเงินกู้ได้ถูกอนุมัติเรียบร้อยแล้วและผู้กู้พอใจกับวงเงินกู้นั้นก็สามารถตอบตกลงเพื่อทำสัญญาเงินกู้ได้ทันที

5. โอนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง

หลังจากตกลงทำสัญญากู้เงินซื้อคอนโดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการโอนกรรมสิทธิ์ โดยขั้นตอนนี้ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย รวมถึงตัวแทนสถาบันการเงินจะต้องเดินทางไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งหากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที สำหรับโฉนดฉบับจริงทางตัวแทนสถาบันการเงินจะเป็นผู้เก็บไว้ หากผู้กู้ผ่อนชำระค่างวดครบเมื่อไหร่จึงจะได้รับโฉนดตัวจริงไปครอบครองนั่นเอง

การกู้ธนาคารซื้อคอนโดไม่ใช่เรื่องยากหรือน่ากังวลอย่างที่คิด หากคุณมีการวางแผนทางการเงินที่ดี เคลียร์หนี้สินที่ไม่จำเป็น และเตรียมเอกสารให้พร้อม ผสานเข้ากับการเลือกโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ บนทำเลที่เดินทางสะดวก คุณก็สามารถมีที่อยู่อาศัยที่มอบความคุ้มค่าในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

แกรนด์ ยูนิตี้ เรามุ่งมั่นที่จะตอบทุกเหตุผลของการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณได้ #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ.

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการกู้ธนาคารซื้อคอนโด

เป็นพนักงานประจำหรือ First Jobber แต่อยากมีคอนโด เป็นไปได้ไหม

เป็นไปได้อย่างแน่นอน หากคุณเป็นพนักงานประจำที่มีอายุงานผ่านโปรโมชัน (ส่วนใหญ่มักกำหนดที่ 4-6 เดือนขึ้นไป) มีรายได้ประจำที่สม่ำเสมอชัดเจน และไม่ได้มีภาระหนี้สินอื่นที่สูงเกินไป ธนาคารก็พร้อมที่จะพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อให้กลุ่ม First Jobber เช่นกัน โดยขั้นตอนการเตรียมตัวกู้ซื้อคอนโดสำหรับพนักงานประจำ มีดังนี้

  • ตรวจสอบอายุงานให้ผ่านช่วงทดลองงาน (Probation)
  • รักษาสัดส่วนภาระหนี้สินต่อเดือนไม่ให้สูงเกิน 40% ของรายได้
  • สร้างประวัติทางการเงินที่ดี เช่น การมีบัตรเครดิตและชำระเต็มจำนวนตรงเวลา
  • เตรียมเอกสารรายได้ให้พร้อม เช่น สลิปเงินเดือนและสเตตเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน 

หากเตรียมความพร้อมได้ตามนี้ ธนาคารก็พร้อมที่จะพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อให้กลุ่ม First Jobber เช่นกัน

กู้ธนาคารซื้อคอนโดไม่ผ่าน มักเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุหลักที่ทำให้การกู้ธนาคารซื้อคอนโดไม่ผ่าน มักมาจากการมีภาระหนี้สินต่อเดือนสูงเกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด การมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีหรือล่าช้า รายได้ไม่สม่ำเสมอตรวจสอบยาก หรืออายุงานในปัจจุบันยังไม่ถึงเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้

ธนาคารแจ้งกู้ซื้อคอนโดไม่ผ่านเพราะบูโรสูง หมายถึงอะไร

คำว่า "บูโรสูง" หรือภาระหนี้สูง หมายถึงผู้กู้มีสัดส่วนการผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ ต่อเดือน (เช่น ค่างวดรถ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคล) สูงเกินไปจนเหลือเงินสดไม่เพียงพอที่จะนำมาผ่อนค่างวดคอนโดได้ตามมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงของธนาคาร

กู้ธนาคารซื้อคอนโด ด้วยการกู้ร่วมได้ไหม

สามารถทำได้ และถือเป็นวิธียอดนิยมสำหรับผู้ที่วงเงินกู้คนเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยส่วนใหญ่มักจะกู้ร่วมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด (พ่อ แม่ พี่ น้อง) หรือคู่สมรส เพื่อนำรายได้ของทั้งสองคนมาคำนวณรวมกัน ทำให้โอกาสผ่านการอนุมัติสูงขึ้นและได้วงเงินที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

กู้ซื้อคอนโด ต้องวางเงินดาวน์ก่อนไหม

เรื่องของเงินดาวน์จะขึ้นอยู่กับมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยและโปรโมชันของแต่ละโครงการ ในบางกรณีที่เป็นการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกและเป็นโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ อาจมีโปรโมชันพิเศษที่ให้กู้ได้เต็ม 100% ทำให้แทบไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก้อนใหญ่ แต่การเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้ประมาณ 10-20% ของราคาคอนโด ย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด