ผ้าม่านแบบไหนที่เหมาะกับสไตล์ห้องคุณ?

25 Mar 2020

จากบทความที่แล้ว “เลือกผ้าม่านให้ถูกชนิด ชีวิตก็สุขสบาย” ที่ GRAND UNITY ได้นำคุณไปทำความรู้จักกับแบบของผ้าม่านที่ใช้ในคอนโดมิเนียมกันไปแล้ว วันนี้ GRAND UNITY จะพามาทำความเข้าใจในส่วนของแบบและชนิดของม่านกันบ้าง นอกจากเนื้อผ้า สีสัน และลวดลายแล้ว ประเภทของม่านก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ รู้หรือไม่ว่า..แบบผ้าม่านที่แตกต่างกัน สามารถสื่อสารให้อารมณ์ความรู้สึก รวมถึง Mood & Tone ที่แตกต่างกันอีกด้วย การจะเลือกใช้ม่านประเภทไหน เราต้องดูองค์ประกอบของขนาดหน้าต่าง ประตู ควบคู่กันไป รวมไปถึงอุปกรณ์ม่านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น รางม่าน ทางเลือกแต่ละประเภทควรจะต้องสอดคล้องกัน นั้นหมายความว่า ดีไซน์ ชนิดของผ้าม่าน ประเภทของม่าน ควรเข้ากันได้กับสไตล์การแต่งห้องของคุณในคอนโดมิเนียมอย่างลงตัว ฉะนั้นอย่ารอช้า ไปทำความรู้จักม่านแต่ละแบบกัน

 

แบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน 

 

1. ผ้าม่านแบบจีบ

 เป็นแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะม่านประเภทนี้สามารถเข้ากันได้กับการตกแต่งห้องชุดได้ทุกสไตล์ แล้วแต่คุณจะเลือกเนื้อผ้าและสีสัน การใช้งานสะดวก ลักษณะของแบบผ้าม่านคือมีการจับจีบด้านบน เว้นระยะเท่าๆกัน สามารถทำได้ทั้ง 2 จีบ 3 จีบ และสไตล์ถ้วย (นิยมใช้ในต่างประเทศ) ซึ่งต่างจากม่านคอกระเช้าและม่านตาไก่ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่าๆกัน แบบผ้าม่านประเภทจีบสามารถติดผ้าม่านได้ 2 ชั้นคือผ้าม่านโปร่งและผ้าม่านทึบแสง หากบานหน้าต่างหรือประตูเป็นบานใหญ่และสูง การเลือกติดผ้าม่านแบบผ้าม่านจีบจะทำให้ห้องนั้นดูสวย หรูหรามากขึ้นไปอีก ผ้าม่านแบบจีบสามารถใช้ได้กับรางม่านหลายแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมได้แก่ รางโชว์ และ รางไมโคร ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และการออกแบบห้องชุดนั้น 

2. ผ้าม่านแบบล็อกลอน

 เป็นแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันในปัจจุบัน เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่อชอบการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น ให้ความรู้สึกเรียบ หรู ทันสมัย ผ้าม่านแบบล็อกลอนจะมีลักษณะคล้ายตัว S ต่อกันไปเรื่อยๆ

3. ผ้าม่านแบบม่านตาไก่

 เป็นแบบผ้าม่านที่สามารถเลือกรางโชว์ตามรูปแบบดีไซน์ที่ต้องการ มีทั้งแบบคลาสสิค เหมาะกับการตกแต่งห้องชุดสไตล์ Contemporary & Classic Style หรือ เลือกรางโชว์แบบทันสมัย รูปทรงเลขาคณิต จะเหมาะกับการตกแต่งห้องชุดสไตล์ Modern รูปแบบผ้าม่านตาไก่ มีลักษณะเด่นตรงรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับผ้าม่านดูเป็นลอนสวยงาม มีน้ำหนักเบา เมื่อยึดติดกับผนังห้องชุดทำให้เกิดความอิสระของตัวผ้าม่าน ฉะนั้นควรเลือกผ้าที่มีน้ำหนักพอสมควรแต่ไม่หนักจนเกินไป เพื่อที่จะทำให้ผ้าม่านทิ้งลอนสวยกำลังดี ข้อดีของแบบผ้าม่านประเภทนี้คือ สะดวกสบายในการติดตั้ง ม่านตาไก่จะสามารถแขวนกับรางม่านโชว์ได้อย่างเดียวเท่านั้น การแขวนผ้าม่านจะใช้ระบบถอดหัวประดับออกด้านข้างราง และสวมผ้าม่านทางช่องห่วงตาไก่ ห่วงตาไก่ที่ใช้จะมีหลายสีและหลายดีไซน์เช่นกัน 

4. ผ้าม่านแบบพับ

 เป็นแบบผ้าม่านอีกชนิดที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย การพับของม่านพับนั้นจะมีลักษณะเป็นชั้นๆและเรียงซ้อนกันขึ้นไป ม่านพับมักใช้เมื่อต้องการเน้นแนวตั้งของประตูหรือหน้าต่าง หรือใช้กับหน้าต่างบานเล็กติดกันหลายบาน จะทำให้ไม่ต้องเปิดม่านทั้งหมด มีความแข็งแรง ทั้งยังประหยัดพื้นที่ จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ที่สำคัญทำความสะอาดง่าย ม่านพับผ้าม่านแบบพับจะมีรางเฉพาะ ทำด้วยวัสดุโลหะที่ไม่แข็งแรงเท่ารางโชว์หรือรางไมโคร

5. ผ้าม่านแบบคอกระเช้า

 เป็นแบบผ้าม่านที่เหมาะกับห้องชุดที่ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ด้วยเอกลักษณ์ที่นำม่านทำเป็นห่วงภายในตัวและเย็บติดกระดุมหรือผูกโบว์ให้ผ้าม่าน เหมาะกับผู้ที่ชอบแบบผ้าม่านที่ดูเป็นงานฝีมือ ชอบความเรียบง่ายและดูเป็นธรรมชาติ ติดตั้งง่ายเหมือนม่านตาไก่ และต้องเป็นต้องเป็นรางโชว์เท่านั้น

6. ผ้าม่านแบบม่านหลุยส์

 เป็นแบบผ้าม่านที่ให้ความรู้สึกความหรูหรา โอ่อ่า สะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของห้องชุดที่มีระดับ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกห้อง Penthouse เพราะมีขนาดใหญ่ สามารถเลือกผ้าได้หลากหลายเช่น แบบผ้าม่านทึบเนื้อดี ผ้าม่านแบบหลุยส์จะใช้จำนวนผ้าในการตัดเย็บมากกว่าแบบผ้าม่านอื่นๆ เพราะจะต้องใช้ผ้าเย็บทำลูกหลุยส์ ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็นครึ่งวงกลมอยู่ด้านหัวของผ้าม่าน การเพิ่มชายครุยเย็บติดที่ชายผ้าบริเวณต่างๆก็เพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับม่านหลุยส์ได้ แต่ข้อเสียคือดูแลรักษายาก และเก็บฝุ่นมาก

7. ผ้าม่านแบบม้วน

 เป็นลักษณะแบบผ้าม่านที่ตอบโจทย์กับห้องชุดที่ต้องการความเป็นโมเดิร์น เน้นความเรียบง่าย และการดูแลรักษาง่าย ใช้งานง่าย สะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ที่สำคัญใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย และใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นด้วยรูปแบบผ้าม่านที่ทันสมัย ผ้าม่านแบบม้วน สามารถใช้ผ้าม่านทั้งชนิดทึบแสง (Blackout) สามารถกันแสงได้ถึง 100% และชนิดโปร่งแสง (Sunscreen) ที่ปล่อยให้แสงส่องผ่านได้บ้างเหมาะกับการตกแต่งที่ต้องการทั้งแสงสว่างและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน     

 8. มูลี่

  มีทั้งแบบที่ทำจากไม้ และอลูมิเนียม อาจนำไปใช้ในบริเวณที่ไม่สามารถใช้ผ้าม่านได้ เช่นห้องครัว ห้องน้ำ การใช้งานเหมือนม่านม้วนที่สามารถปรับปิดแสงในแนวนอน ข้อดีคือ แข็งแรง ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ปรับทิศทางแสงไปตามทิศทางที่ต้องการได้ แต่ข้อเสียของมู่ลี่ คือแข็งกระด้าง ดูไม่นุ่มนวลอย่างผ้าม่านแบบอื่นๆ





รางผ้าม่านมีกี่ประเภท ควรใช้แบบไหน?  

อย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น ว่าแบบของผ้าม่านที่คุณเลือกใช้ ต้องดูองค์ประกอบอื่นโดยรวมด้วย ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ ของห้องชุดในคอนโดมิเนียม สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณตัดสินใจในการเลือกใช้วุสดุอุปกรณ์ควบคู่กับประเภทของม่านได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น รางม่าน ซึ่ง GRAND UNITY นำมายกตัวอย่างที่ส่วนใหญ่เป็นที่นิยมหลักๆ ได้แก่ รางโชว์ และ รางไมโคร        

- รางโชว์

 รางม่านในแบบรางโชว์นั้น จุดเด่นจะอยู่ที่หัวประดับ ราคารางจะอยู่ที่วัสดุที่ใช้และหัวประดับที่เลือก รางที่ใช้วัสดุไทเทเนียมและไม้สักจะมีราคาสูงกว่ารางโชว์แบบรุ่นอลูมิเนียมหรือเหล็กสแตนเลสทั่วไป ถ้าพูดถึงอายุการใช้งาน รางอลูมิเนียมธรรมดาก็สามารถใช้ได้เป็นระยะยาวเหมือนกันกับรางชนิดอื่นๆ แต่ด้วยความที่มีราคาถูกกว่าชนิดอื่น จึงนิยมใช้กันมากในประเทศไทย การใช้รางม่านอลูมิเนียมติดตั้งผ้าม่าน ทำให้คุณได้ทั้งประหยัดงบประมาณและความสวยงามพอๆกับรางผ้าม่านแบบอื่น เพราะรางโชว์อลูมิเนียมสามารถเลือกใช้กับหัวประดับอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นหัวประดับทอง หัวประดับเงิน หัวประดับไม้ หัวประดับโลหะ ฯลฯ เราไม่จำเป็นต้องเลือกหัวประดับที่ทำจากวัสดุเดียวกับตัวรางม่านก็ได้ สิ่งสำคัญในการเลือกหัวประดับคือ ควรให้หัวประดับเข้ากับแบบผ้าม่านและคอนเซ็ปต์อินทีเรียดีไซน์ภายในห้อง เพราะไม่อย่างนั้นต่อให้คุณเลือกหัวประดับและรางผ้าม่านที่มีความสวยงาม หรุหรา แต่ถ้าไม่เข้ากันกับสไตล์ของห้อง ก็อาจทำให้ห้องนั้นดูไม่ลงตัวได้

- รางไมโคร

 เหมาะใช้กับคอนโดมิเนียมที่ตกแต่งภายในห้องชุด Built-In แบบใช้บัวฝ้าเพดานกั้น ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นรางม่านและหัวประดับได้ การใช้รางโชว์จึงไม่มีประโยชน์ รางไมโครจะเน้นวัตถุประสงค์การใช้งาน (Function) มากกว่าความสวยงามของรางม่าน ซึ่งรางไมโครสามารถใช้งานได้ในระดับประสิทธิภาพเท่ากันกับรางโชว์ มีความทนทานและความแข็งแรงแต่ได้ในราคาที่ถูกกว่า




อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกประเภทและแบบของผ้าม่านหรือรางม่านในการตกแต่งห้องชุดในคอนโดมิเนียม เราควรทำงานการออกแบบห้องและการ Built-In ส่วนต่างๆ เพิ่มเติมให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน ประเด็นหนึ่งคือเพราะม่านส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ทำมาจากผ้า ซึ่งสามารถเลอะสกปรกได้ง่ายกว่าสิ่งประดับตกแต่งอื่นๆ การติดตั้งม่านควรจะทำในลำดับสุดท้ายของการตกแต่งห้องชุด ม่านแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละประเภท ความสวยงาม และรูปแบบการใช้งานต่างๆ คุณจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ ดีไซน์ของห้องชุดในคอนโดมิเนียม รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวคุณเอง เพราะเรา GRAND UNITY SIMPLY MAKES SENSE. ขอสนับสนุนให้คุณได้ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ 

 

 

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล โดย UTT Group  และ  Writer