วางแผนการเงินให้ปังและทรงพลังในแบบ คู่รัก LGBTQ

06 Jul 2021
คู่รัก LGBT การเงิน / LGBT WEALTH CREATION

ถึงแม้สังคมไทยจะเปิดกว้างสำหรับ คู่รัก LGBTQ แต่ตามกฎหมายแล้ว คู่รัก LGBTQ ก็ยังเจออุปสรรคเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินอยู่ไม่น้อย แต่ระหว่างที่รอให้พรบ.คู่ชีวิตบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม คุณก็สามารถวางแผนการเงินให้ปังและทรงพลังในแบบ LGBT WEALTH CREATION ได้เช่นกัน มาดูแนวทางดีๆ กันเลย!

 

คู่รัก LGBT การเงิน / LGBT WEALTH CREATION

 

เริ่มต้นวางแผนการเงินกับคู่ชีวิต

เมื่อคู่รัก LGBTQ ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งสำคัญคือไม่ใช่เพียงวาดอนาคตร่วมกันเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมหลักฐานยืนยันความรักในฐานะคู่ชีวิตของคุณทั้งสองคนเอาไว้ด้วย เช่น รูปถ่ายวันหมั้นและวันแต่งงาน สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่ทำร่วมกัน บัญชีเงินฝากธนาคารที่เปิดร่วมกัน บิลค่าใช้จ่ายที่คุณออกให้คนรัก หรือสัญญาเงินกู้ธุรกิจที่ลงทุนร่วมกัน เป็นต้น เพื่อเป็นการยืนยันสถานะความเป็นคู่ชีวิต ซึ่งจะทำให้การวางแผนทางการเงินอื่นๆ นั้นง่ายขึ้น

 

วางแผนการเงินเพื่อเงินออมในแต่ละช่วงชีวิต

การออมเงินเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้หากจะวางแผนการเงินร่วมกัน นอกจากจะเป็นทุนสำหรับชีวิตคู่ชาว LGBTQ ในระยะยาวแล้ว ยังจำเป็นต่อการวางแผนในสเต็ปต่อไปอีกด้วย ซึ่งแต่ละคู่ย่อมมีแผนการเงินแตกต่างกันไปตามเหตุผลในการใช้ชีวิต แต่ก็มีสิ่งที่ควรคำนึงถึงเพื่อแผนการเงินของคุณและคนรักดังนี้

แบ่งเงินออมไว้เพื่อตัวคุณเอง

นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว อย่าลืมแบ่งเงินอย่างน้อย 10% สำหรับออมในแต่ละเดือน เพื่อไว้เป็นทุนสำหรับคุณเองในอนาคต ไม่ว่าจะเพื่อการพัฒนาตนเอง เพื่อการลงทุน การซื้อสินทรัพย์ หรือเพื่อให้รางวัลตัวเองบ้างก็ตาม

มีเงินกองกลางสำหรับชีวิตคู่

ลองรวบรวมว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายส่วนรวมในครอบครัวเท่าไหร่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าส่วนกลาง ฯลฯ แล้วแบ่งเงินของคุณกับคนรักสะสมไว้เป็นเงินกองกลางสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และควรสะสมให้มีใช้ได้อย่างน้อย 3-6 เดือนเผื่อมีกรณีฉุกเฉินไม่คาดฝัน เช่น หากมีค่าใช้จ่ายส่วนรวม 6,000 บาท ก็ควรมีเงินกองกลางสะสมไว้ 18,000-36,000 บาท เป็นต้น แล้วการเงินของคุณทั้งคู่ก็จะไม่สะดุดแน่นอน

คู่รัก LGBT การเงิน / LGBT WEALTH CREATION

 

ไม่สร้างหนี้มากเกินไป

เพื่อความคล่องตัวทางการเงิน แนะนำว่าไม่ควรเป็นหนี้เกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน หรือหากเป็นหนี้เพื่อกู้ซื้อบ้านก็ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพราะความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน ไม่มีใครการันตีได้ว่ารายได้ที่เคยสม่ำเสมอจะยังมั่นคงหรือไม่ในอนาคต หากไม่ก่อหนี้มากเกินไป รวมถึงมีเงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉินเอาไว้แล้ว ก็ถือเป็นหลักประกันให้คู่รัก LGBTQ อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดก็คือการชำระหนี้ตรงเวลา เพื่อไม่ให้ติดเครดิตบูโรแล้วกระทบกับแผนการเงินในระยะยาวนั่นเอง

 

วางแผนการเงินสำหรับการยื่นภาษีและลดหย่อนภาษี

โดยปกติแล้ว คู่สมรสจะสามารถเลือกรูปแบบการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาได้ว่าจะยื่นร่วมหรือแยกยื่น และหากมีบุตรก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีก แต่สำหรับคู่รัก LGBTQ นั้นยังไม่สามารถทำได้ จึงต้องแยกกันวางแผนลดหย่อนภาษีของแต่ละคน หรือหากคุณทั้งสองคนทำธุรกิจร่วมกัน ก็ควรวางแผนการเงินโดยละเอียดในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น

 

วางแผนการเงินเพื่อบ้านในฝัน

ปัจจุบันธนาคารเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับคู่รัก LGBTQ ที่ต้องการกู้ร่วมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หากคุณเตรียมหลักฐานความเป็นคู่ชีวิตไว้ครบถ้วน รวมถึงมีรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระที่เหมาะสม ก็สามารถยื่นกู้ร่วมกับคนรักได้ไม่ยากเลย ซึ่งคุณสามารถวางแผนได้ว่า จะยื่นกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรเพื่อประกอบกิจการ (ในกรณีที่คุณและคนรักทำธุรกิจ SME ร่วมกัน)

สิ่งสำคัญก็คือการวางแผนการเงินว่าใครจะเป็นคนผ่อน ผ่อนจำนวนเท่าไหร่ หรือหากผ่อนไม่ไหวจะทำอย่างไร เพราะสิทธิ์การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายสำหรับคู่รัก LGBTQ มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนกว่าคู่สมรสชาย-หญิงทั่วไป (คลิกอ่านเพิ่มเติม 7 ข้อควรรู้ ก่อนกู้ร่วมสินเชื่อบ้านสำหรับคู่รัก LGBTQ ) หรืออาจจะทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ MRTA เพื่อลดความเสี่ยงร่วมด้วย เพราะถ้าหากวันข้างหน้ามีเหตุจำเป็นเกิดขึ้นทำให้ใครคนใดคนหนึ่งผ่อนไม่ไหวขึ้นมา ประกันก็จะช่วยผ่อนแทนในส่วนที่ขาดไปได้

 

วางแผนการเงินเพื่อหลักประกันในชีวิต

ถึงแม้ว่าเบี้ยประกันของคู่รัก LGBTQ จะไม่สามารถลดหย่อนภาษีร่วมกันได้เหมือนคู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมาย ต่างคนต่างจึงต้องทำประกันแล้วนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีในส่วนของตัวเอง แต่ก็สามารถระบุชื่อคนรักเป็นผู้รับผลประโยชน์ของประกันนั้นได้ โดยจะต้องระบุความสัมพันธ์ว่าเป็น “คู่ชีวิต” ซึ่งปัจจุบันนี้มีบริษัทประกันมากมายที่เปิดให้คู่รัก LGBTQ ทำประกันได้ และสามารถทำได้หลายรูปแบบอีกด้วย เช่น ประกันชีวิต ประกันเงินออม หรือประกันสุขภาพ เป็นต้น

การทำประกันจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยวางแผนการเงินให้กับคู่รัก LGBTQ ได้ โดยเฉพาะในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในชีวิต หลักประกันเหล่านี้ก็จะยังคงเป็นความอุ่นใจให้กับคุณและคนรักได้นั่นเอง

 

วางแผนการเงินเพื่อคนข้างหลัง

นอกจากการระบุชื่อคู่ชีวิตเป็นผู้รับผลประโยชน์จากประกันชีวิตแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าก็คือเรื่อง “พินัยกรรม” เพราะคู่รัก LGBTQ ยังไม่มีสิทธิ์ในสินสมรสตามกฎหมายเหมือนคู่สมรสทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีฝ่ายหนึ่งเกิดเสียชีวิตกะทันหัน ทรัพย์สินของผู้ตายก็จะตกเป็นของพ่อแม่ญาติพี่น้องตัวเอง หรือหากมีบ้านที่ผ่อนร่วมกันมา ก็จะตกเป็นของพ่อแม่พี่น้องผู้ตายครึ่งหนึ่งทันที ทำให้คนที่ยังอยู่ต้องเจอปัญหาทางการเงินแบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นจึงควรเตรียมพินัยกรรมเอาไว้เสมอว่าสินทรัพย์ใดที่จะยกให้กับคู่ชีวิต และสินทรัพย์ใดที่จะยกให้กับพ่อแม่พี่น้องของตนเอง เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

 

ไม่ว่าจะมีเหตุผลของการใช้ชีวิตรูปแบบไหน หรือมีความเปลี่ยนแปลงอะไรผ่านเข้ามา นอกจากพลังแห่งความรักแล้ว แกรนด์ ยูนิตี้เชื่อว่าการวางแผนที่ดี จะทำให้การเงินของคู่รัก LGBTQ ปังและทรงพลังได้แน่นอน

 

แกรนด์ ยูนิตี้ เรามุ่งมั่นที่จะตอบทุกเหตุผลของการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณได้ #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ.