ตัวเลขสำคัญที่ต้องรู้…ก่อนคุณซื้อคอนโด

16 Mar 2020

5 ตัวเลขที่คุณควรจะต้องรู้ เพื่อใช้ในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม ตัวเลขเหล่านี้สำคัญยังไง? นอกจากตัวเลขในใบเสนอราคาที่มีราคาขาย ค่าผ่อนดาวน์ แล้วยังมีตัวเลขอะไรที่ต้องรู้เพิ่มเติมอีก ซึ่งเราบอกคุณได้เลยว่า ตัวเลขเหล่านี้จะส่งผลต่อการอยู่อาศัยและเงินในกระเป๋าของคุณหลังจากตัดสินใจซื้อคอนโดไปแล้วอย่างแน่นอน 

วันนี้ GRAND UNITY จะมาบอกถึงตัวเลขดังกล่าว เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบระหว่างตัวเลือกคอนโดทั้งหมดที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ ว่าตัวเลือกไหนโดยรวมแล้วดีที่สุด ภายใต้งบประมาณที่วางไว้และตอบโจทย์ความชอบอื่นๆ ของคุณ


 5 ตัวเลขสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้ามก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด




1. จำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการ 

การซื้อคอนโดโดยทั่วไปแล้ว ยิ่งจำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการน้อยเท่าไหร่ ความเป็นส่วนตัวก็จะมีมากขึ้น ความแออัดก็จะลดน้อยลงไปด้วย แต่ก็แลกมาด้วยค่าส่วนกลางที่สูงขึ้นเนื่องจากมีตัวหารของจำนวนยูนิตน้อยลง ส่วนมากจะเป็นลักษณะของคอนโดโลว์ไรส์ (Low Rise) ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกมักจะมีพื้นที่น้อยกว่าโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นคอนโดไฮไรส์ (High Rise) และอาจติดรถไฟฟ้าน้อยกว่า ซึ่งต้องพิจารณาดูว่าคุณชอบอยู่โครงการแบบไหน อะไรคือสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคอนโด นอกเหนือจากนั้นยังต้องดูจำนวนอาคารประกอบด้วย หาก 2 โครงการที่เป็นตัวเลือกนั้นจำนวนยูนิตรวมเท่ากัน โครงการที่แบ่งออกเป็นเป็นหลายอาคาร จะทำให้ความหนาแน่นของยูนิตต่ออาคารลดลงไปตามจำนวนอาคารที่มากขึ้น  

 

2. จำนวนยูนิตทั้งหมดต่อชั้นที่คุณซื้อ

อย่างที่กล่าวไว้ในข้อ 1.ในการพิจารณาซื้อคอนโด จำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการ ก็จะส่งผลต่อจำนวนยูนิตในแต่ชั้นของโครงการคอนโดมิเนียมนั้นด้วย โดยส่วนใหญ่ถ้าจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการมีจำนวนเยอะ และจำนวนชั้นของอาคารคอนโดไม่สูงมาก จำนวนยูนิตต่อชั้นก็จะเยอะตามไปด้วย  ในทางเดียวกัน ถ้าจำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการมีจำนวนน้อย จำนวนยูนิตต่อชั้นก็จะน้อยตามไปด้วย และถ้ายิ่งมีจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยแปลว่าความเป็นส่วนตัวก็จะมีมากขึ้น ไม่เกิดความพลุกพล่านในชั้นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการตัดสินใจซื้อคอนโด

 

3. อัตราส่วนลิฟต์โดยสาร

หลายๆคนที่ซื้อคอนโดใหม่ๆ อาจไม่ได้คิดถึงข้อนี้ แต่เราขอแนะนำเลยว่าอย่าลืมเปรียบเทียบตัวเลขนี้ให้ดี โดยคำนวณดูว่าลิฟต์โดยสารหนึ่งตัวรองรับการใช้งานของลูกบ้านในคอนโดนั้นได้จำนวนกี่ยูนิต เช่น จำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการมี 400 ยูนิต มีลิฟต์โดยสาร 4 ตัว อัตราส่วนลิฟต์โดยสารต่อจำนวนยูนิตคือ 1:100 ถ้าอัตราส่วนยิ่งสูง นั้นหมายถึงช่วงเช้า และช่วงเย็น คุณอาจจะต้องใช้เวลารอลิฟต์โดยสารนานมากขึ้น เพราะเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ใช้ลิฟต์โดยสารจากชั้นพักอาศัยไปยังล็อบบี้ (Lobby) เพื่อออกจากคอนโดไปทำงาน (รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ) กันในช่วงเช้า และกลับเข้ามาอีกทีในช่วงเย็น การจราจรขนส่งด้วยลิฟต์โดยสารก็จะแน่นขึ้น ยิ่งเป็นคอนโดไฮไรส์ (High Rise) ลูกบ้านยิ่งจำเป็นต้องใช้ลิฟต์โดยสารเป็นหลัก (จะให้เดินหลายๆชั้นก็คงจะไม่ไหวกัน)   จากสถิติการทำแบบสำรวจสอบถามผู้ที่เคยอยู่อาศัยในคอนโด ระบุว่า อัตราส่วนลิฟต์โดยสารต่อจำนวนยูนิต 1 : 100ต้น ๆ เป็นหนึ่งในข้อพิจารณาซื้อคอนโดได้อย่างดีเพราะว่ายังให้ความสะดวกสบายใน ช่วงเวลาเร่งรีบลิฟต์โดยสารก็ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ ไม่แออัด การจราจรขนส่งด้วยลิฟต์โดยสารยังไม่ติดขัด ไม่ต้องใช้เวลารอลิฟต์โดยสารนาน แต่พอเป็นอัตราส่วนที่ระดับ 1 : 100กลางๆ ขึ้นไป ผู้ที่เคยอยู่อาศัยในคอนโด จะเริ่มรู้สึกได้ว่าต้องรอลิฟต์โดยสารนานขึ้นและมีผู้ใช้หนาแน่นเพิ่มมากขึ้น สรุปสั้นๆว่า เวลาเปรียบเทียบตัวเลือกทั้งหมดที่เล็งไว้ในใจก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ก็ควรมองดูโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอัตราส่วนลิฟต์โดยสารต่อจำนวนยูนิตที่น้อยไว้จะดีกว่า (ยิ่งตัวหารน้อย ยิ่งดี)

 

4. จำนวนเปอร์เซนต์พื้นที่จอดรถ

สำหรับคนกำลังพิจารณาเลือกซื้อคอนโดอยู่ และใช้การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก จำเป็นต้องดูตัวเลขนี้ประกอบด้วย มันจำเป็นยังไง? เราจะยกตัวอย่างให้ฟัง ถ้าโครงการคอนโดมิเนียมที่คุณเล็งไว้ว่าจะซื้อคอนโดเพื่ออาศัยมีพื้นที่จอดรถยนต์น้อยๆ เช่น 30-35 เปอร์เซนต์ ให้คาดการณ์ไว้ก่อนว่าเมื่อมีผู้พักอาศัยเข้าอยู่เต็ม แนวโน้มที่จะมีปัญหาแย่งชิงพื้นที่จอดรถก็จะสูง คุณก็มีโอกาสที่จะใช้เวลาวนหาที่จอดรถยนต์นานตามไปด้วย ยิ่งโดยเฉพาะโครงการคอนโดที่ทำเลตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ยิ่งมีแนวโน้มว่าผู้อยู่อาศัยในโครงการคอนโดนั้นนิยมใช้รถส่วนตัวมากขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อัตราส่วนพื้นที่จอดรถยนต์ภายในโครงการคอนโดต่างๆ คุณจำเป็นต้องลองคำนวณเปรียบเทียบกับอัตรส่วนของจำนวนยูนิตทั้งหมดโครงการก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด เพื่อให้แน่ใจว่ามีพื้นที่จอดรถยนต์สำหรับรถของคุณ

 

5. ค่าส่วนกลาง

เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้อยู่อาศัยในการเลื้อซื้อคอนโดต้องจ่ายทุกปี เท่าที่ทำการสำรวจตลาดคอนโดในปัจจุบัน ค่าส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 50 - 60 บาท ต่อ ตร.ม. ขึ้นไปจนถึงหลักร้อยบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้อาศัยจะได้รับ คุณภาพของงานบริการ และมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคตตามค่าแรงงาน อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่มากขึ้น ค่าบริการของบริษัทนิติฯ ที่ปรับขึ้นทุกปี ฉะนั้น การเลือกซื้อคอนโดที่ให้สิ่งอำนวยความสะดวกมากและคุณภาพของงานบริการหลังการเข้าอยู่อาศัย ในระยะยาวย่อมต้องมีค่าบำรุงรักษาที่สูง และอาจส่งผลให้ค่าส่วนกลางของคอนโดนั้นมีการปรับเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น เวลาพิจารณาเลือกซื้อคอนโด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่มีค่าส่วนกลางเริ่มต้นสูงๆ อยู่แล้ว คุณต้องพิจารณาและคำนวณดูถึงงบประมาณกำลังทรัพย์ของคุณให้ดีด้วย เพราะค่าส่วนกลางคอนโดของที่อยู่อาศัยยังอาจปรับขึ้นได้อีกในอนาคตหลังจากเข้าอยู่อาศัยแล้ว

 

เห็นหรือไม่ว่านอกเหนือจากตัวเลขในใบเสนอราคาอย่างราคาขาย และค่าผ่อนดาวน์นั้น ยังมี 5 ตัวเลขสำคัญที่คุณควรจะต้องรู้ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็น จำนวนยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการ จำนวนยูนิตทั้งหมดต่อชั้นที่คุณซื้อ อัตราส่วนลิฟต์โดยสาร จำนวนเปอร์เซนต์พื้นที่จอดรถ และค่าส่วนกลาง เพื่อให้คุณได้ลองพิจารณาและคำนวณถึงผลลัพธ์ที่คุณจะได้หลังจากที่คุณได้ตัดสินใจซื้อคอนโดไปแล้ว ให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียต่างๆ แล้วถ้าคุณได้พิจารณาคำนวณอย่างถี่ถ้วน ในการเปรียบเทียบระหว่างตัวเลือกคอนโดทั้งหมดที่คุณพิจารณาอยู่เรียบร้อยแล้ว เรา GRAND UNITY เชื่อว่า คุณจะได้เลือกซื้อคอนโดที่ตอบโจทย์ความต้องการ งบประมาณ และความชอบของคุณอย่างที่สุดแน่นอน

 

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล โดย: CondoFile Team